เกี่ยวกับสบู่โอมาริ

สบู่กลีเซอรีน

20181022_soap_bar15
สบู่ MP ย่อมาจาก Melt & Pour (แปลแบบตรงตัว ก็คือ สบู่แบบหลอมเท) แต่คนไทยมักเรียกสบู่ประเภทนี้ว่า สบู่กลีเซอรีน ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่า มีส่วนผสมของกลีเซอรีนเป็นหลัก ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

ในความเป็นจริง สบู่ MP ผลิตจากการนำเบสสบู่สำเร็จรูปมาหลอมด้วยความร้อน เติมสี กลิ่น ฯ ได้เป็นสบู่ที่มีรูปลักษณ์สวยงามตามที่วางขายในท้องตลาดทั่วไป โดยเบสสบู่ที่นำมาใช้มีสารตั้งต้นคล้ายกับการทำสบู่ประเภทอื่นๆ แต่มีการเติมสารเคมีหลายอย่างลงไป เพื่อลดต้นทุน และทำให้สบู่มีคุณลักษณะที่ดีขึ้น เช่น สารทำให้เกิดฟอง แอลกอฮอล์ เกลือ Tween ฯลฯ โดยเฉพาะกรณีที่ต้องการทำสบู่ใส อาจมีการเติมสารซักล้าง (Detergent) เพิ่มขึ้น เนื่องจากการใช้ไขมันเป็นสารตั้งต้นมักจะได้เนื้อสบู่ขุ่นตามธรรมชาติของไขมัน

 

ปัจจุบัน ผู้ผลิตหลายรายยังไม่เปิดเผยองค์ประกอบของเบสสบู่อย่างชัดเจน (เบสสบู่ที่ใช้มีคุณภาพสูงหรือต่ำอาจพอทราบได้จากการทดลองใช้จริง แต่มีส่วนผสมอะไรบ้าง คุณไม่อาจทราบได้เลย! แม้แต่ผู้ผลิตบางรายก็ไม่ทราบ เพราะเขาซื้อเบสสบู่มา ไม่ได้ทำเบสสบู่เอง)

 

ดังนั้น เมื่อพิจารณาจากองค์ประกอบเบื้องต้นแล้ว สบู่ MP จึงไม่อาจจัดได้ว่าเป็นสบู่ธรรมชาติ (ส่วนมากมักมีส่วนผสมของแอลกอฮอล์)

สบู่น้ำมัน

20181022_soap_bar19
มี 2 ประเภท คือ สบู่ CP และ HP
สบู่ CP (Cold Process, สบู่แบบกวนเย็น) เป็นการผลิตที่กระบวนการผลิตเริ่มตั้งแต่การทำเบสสบู่ โดยอาศัยปฏิกิริยาทางเคมี คือ น้ำมัน (จากพืช) + ด่าง = สบู่ ซึ่งการทำสบู่ในลักษณะนี้ ผู้ผลิตสามารถกำหนดคุณภาพสบู่ที่ต้องการได้เอง เช่น สบู่เพื่อผิวแห้ง ผิวมัน บำรุงผิว สูตรอ่อนโยนต่อผิว

โดยเลือกน้ำมันที่มีคุณสมบัติเหมาะสม เพื่อผลิตสบู่ให้ได้คุณภาพตามต้องการ

 

ขั้นตอนการผลิตสบู่แบบ CP เริ่มจากการผสมด่างกับน้ำมัน แล้วกวนให้เข้ากัน จนข้น (Trace) เติมสี แต่งกลิ่น เทลงโมล ระหว่างที่สบู่อยู่ในโมล 2-4 ชม. จะเกิดปฏิกิริยาทำให้ส่วนผสมกลายสภาพจากของเหลวเป็นเนื้อสบู่โดยสมบูรณ์ โดยระหว่างการเกิดสบู่ ภายในแบชของสบู่ที่ทำนั้นจะมีกลีเซอรีนธรรมชาติเกิดขึ้นภายในเนื้อสบู่ ซึ่งกลีเซอรีนนี้ทำให้เกิดความนุ่มนวลต่อผิวเวลาใช้งาน มีคุณสมบัติในการเคลือบ กักเก็บความชุ่มชื้น และบำรุงผิว

 

สบู่ CP มีลักษณะพิเศษ คือ สามารถสร้างลวดลายบนสบู่ได้หลากหลาย ทำให้การทำสบู่เป็นศิลปะอีกแขนงหนึ่ง

 

หลังจากผลิตสบู่แล้วเสร็จ จะต้องบ่มสบู่ไว้ประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ปฏิกิริยาการเกิดสบู่ดำเนินไปอย่างสมบูรณ์ ไม่มีด่างหลงเหลืออยู่ เมื่อครบกำหนดแล้ว ผู้ผลิตจะต้องทำการทดสอบค่า PH โดยค่าสบู่ที่ดีควรมีค่า PH ประมาณ 8 ทั้งนี้ อย. ของไทยกำหนดค่า PH ของสบู่ว่า ควรอยู่ระหว่าง 8-11

20181022_soap_bar14
สบู่ HP (Hot Process, สบู่แบบกวนร้อน) มีวัตถุดิบตั้งต้นเหมือนสบู่ CP ทุกอย่าง ต่างกันที่กรรมวิธีการผลิตในขั้นสุด คือ เริ่มต้นจากการนำน้ำมันที่ผ่านการคัดเลือกคุณภาพมาแล้ว ผสมกับน้ำด่าง กวนจนข้นตามต้องการ ผสมสี กลิ่น (ถ้าต้องการ)

จากนั้น นำไปตุ๋นไฟอ่อนๆ เป็นการให้ความร้อนเพื่อเร่งการทำปฏิกิริยาให้เป็นสบู่สมบูรณ์เร็วขึ้น แทนที่การตากสบู่เหมือนสบู่ CP ที่ต้องตากนานถึง 3 สัปดาห์ โดยการตุ๋นไฟดังกล่าวใช้เวลาเพียงประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้น ตากสบู่ทิ้งไว้ 3-5 วัน เพื่อให้สบู่แข็งตัว แล้วจึงนำมาตัดเป็นก้อนๆ

สรุปความแตกต่างระหว่างสบู่ CP & HP

20181022_soap_bar23
สบู่แบบ CP และ HP อาจใช้วัตถุดิบเหมือนกัน ต่างกันที่ HP ใช้ความร้อนเร่งปฏิกิริยาการเกิดสบู่ให้เร็วขึ้น ทำให้เหลือเวลาบ่มสบู่เพียง 3 วัน
ดังนั้น เนื้อสบู่และฟองสบู่แบบ CP จะเนียนละเอียดกว่า อีกทั้งยังมีกลีเซอรีนธรรมชาติเต็มทุกก้อน

เนื่องจากปฏิกิริยาของสบู่ CP เกิดขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้มีเวลาสร้างสรรค์ลวดลายในเนื้อและหน้าสบู่ จนเกิดเป็นงานศิลปะได้ ในขณะที่ สบู่ HP ผ่านการตุ๋นจนเนื้อสบู่ข้น จึงไม่อาจสร้างลวดลายต่างๆ ได้มากนัก

 

สรุปแล้ว สบู่ที่มีกลีเซอรีนมากที่สุด อ่อนโยนต่อผิวมากที่สุด คือ สบู่ CP

 

หมายเหตุ: สบู่เหลวก็เป็น HP อย่างหนึ่ง แต่มีกระบวนการทำที่ยาวนานกว่า

20181022_soap_bar24
หลายคนอาจเคยสงสัยว่า ทำไมสบู่ที่วางขายทั่วไปถึงมีราคาสูงต่ำแตกต่างกันมาก คำตอบ คือ ชนิดและคุณภาพของน้ำมันที่นำมาผลิตสบู่นั้นต่างกัน
สบู่ก้อนราคาถูก มักทำจากกากปาล์ม สังเกตได้ว่าใช้ไม่เคยหมดก้อน คือ เมื่อใช้ไปสักพักฟองจะไม่ค่อยมีแล้ว ก้อนสบู่แตกแห้งกระด้าง

สบู่สมุนไพรโอมาริเป็นสบู่ CP ผลิตโดยใช้น้ำมันจากพืชเกรดพรีเมี่ยม มีกลีเซอรีนเต็มทุกก้อน ไม่ได้สกัดออกแต่อย่างใด จึงคงคุณค่าของคุณสมบัติจากนํ้ามันธรรมชาติ (น้ำมันมะพร้าว+น้ำมันเมล็ดในปาล์ม) ผงสมุนไพร (มะขามป้อม ถั่วเขียว น้ำนมข้าว) และวิตามินอีเสถียรไว้ได้ครบถ้วน ผู้ใช้จึงสัมผัสฟองละเอียดนุ่มละมุนของสบู่ ชำระล้างสิ่งสกปรกได้ดีมาก ล้างออกง่าย ใช้แล้วผิวนุ่มชุ่มชื้น ไม่แห้งตึง สามารถใช้ได้จนหมดก้อน โดยไม่แตกแห้งกระด้างเหมือนสบู่ก้อนราคาถูกทั่วไป